ความดีของใคร ใครมองความดี
posted on 25 May 2012 17:26 by guengg directory Fictionชอบถามและเคยถามตัวเองอยู่เสมอว่า
สิ่งที่ทำอยู่ที่คิดว่าดีนั้นมันใช่สิ่งที่ดีจริงหรือไม่
หลายครั้งหรือเกือบทั้งหมดของคำตอบที่ได้
คือ มันอาจจะดีแค่เพียงในสายตาของเรา
ขณะเดียวสายตาคนอื่นนั้นอาจเป็นเพียงความรำคาญชนิดหนึ่งก็เป็นได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้
จึงมักจะลดสายตาลงมามองตัวเองมากขึ้น
มองอย่างเป็นกลางให้มากที่สุดที่จะเป็นได้
และมักจะพบอีกว่า
แท้จริงแล้วเราไม่ได้ดีอย่างที่เราเคยคิดไว้เลย
ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตนทำดีว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดี
ยังคงเชื่อมั่นอยู่
แต่จะได้มุมมองใหม่กลับมาว่า
สิ่งที่เราทำมันอาจจะดีแค่กับคนเฉพาะกลุ่มหนึ่ง
ขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งอาจจะไม่มองเช่นนั้น
เมื่อมีคนเยินยอเรามักจะตัวพองโต
คิดว่าตัวเองเนี่ยแหละที่ใช่ในแบบอย่างของความดี
แต่เมื่อมีใครคนหนึ่งตำหนิถึงสิ่งที่ทำ
มักจะรีบเถียงโดยที่คิดไว้ก่อนว่าสิ่งที่ทำคือสิ่งที่ถูก
โดยไม่เคยมองว่า คนที่ตำหนิเค้ามองอีกด้านหนึ่ง
ด้านที่ไม่เคยมอง
เมือสิ้นบทสนทนาของการกล่าวติเตียน
นั่งอยู่กับความเงียบ คิดไตร่สิ่งที่ทำตรองสิ่งที่คิด
มักจะพบเสมอๆว่า เราไม่ได้ดีอย่างที่เราคิดไว้เลยจริงๆ
โชคดีที่มีคนกล้าตำหนิสิ่งที่ทำอย่างจริงจัง
เพราะว่านั่นถือได้ว่าเป็นเชือกที่คอยดึงไว้
ไม่ให้ตัวลอยขึ้นสูงจนมองไม่เห็นคนที่อยู่ข้างล่าง
เชือกนั้นจะคอยดึงรั้งไว้ให้เราอยู่กับความจริงที่ว่า
เราไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด และสิ่งที่เราคิดว่าดีมันก็อาจไม่ดีอย่างที่คิดเช่นกัน
โลกของเรานั้นมันมีมุมมองที่หลากหลายมากกว่าที่เรามอง
ไม่ได้ต่อต้านการทำดีภายใต้ความรู้สึกที่เกิดขึ้น
แต่มันหมายถึงว่า ภายใต้การกระทำที่คิดว่าดีนั้น
ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องมองว่าดีเสมอไป
สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเค้าเสมอไป
ต่างคนก็ต่างมองความดีไปตามสิ่งที่ตนเป็น
กระนั้นก็ตามการยืนหยัดในสิ่งที่ตนทำและเห็นว่าดีนั้น
ก็ถือว่าจำเป็นในการใช้ชีวิต
แต่สิ่งที่จำเป็นกว่าคือการที่มีคนมาตำหนิว่ามันไม่ดีครบอย่างที่คิด
ยอมรับ และเปลี่ยนมุมมองต่อสิ่งนั้น
เข้าใจ ยอมรับ คำตำหนิของคนภายนอกภายใต้การมองที่ต่าง
เพราะไม่เช่นนั้น
หากแต่ละคนยึดถือแต่สิ่งที่ตนทำว่าเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่ควร
ความดีเหล่านั้นเองจะห้ำหั่นกัน
ภายใต้ข้อจำกัดของคำว่า กูดีกว่ามึง
และนี่คงไม่ใช่สิ่งที่ต้องการนัก
เรารักสิ่งที่เราเป็น เค้าก็รักสิ่งที่เค้าเป็นเช่นกัน
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
ทุกคนจะมีสิ่งที่ตนเป็นอยู่เสมอ
เราล้วนพร้อมที่จะเดินทางตามสิ่งที่ตนเป็น
สิ่งที่ตนเป็น สิ่งที่ตนคิดว่าดี
ทุกคนต่างถือความดีคนละตัวกันทั้งนั้น
คงจะดีไม่น้อยที่เมื่อมีการท้วงติง ตำหนิ ถึงสิ่งที่ทุกคนต่างถืออยู่นั้น
เราจะกล้าพอที่จะว่างสิ่งที่ถืออยู่ลง
แล้วลองไปถือสิ่งที่คนอื่นถือดูบ้าง
อาจจะไม่สามารถยกขึ้นมาอยู่บนหัว
แล้วเดินเฉิดฉายได้เหมือนเจ้าของที่แท้จริง
แต่อย่างน้อยคนสองคนจะเข้าใจกันมากขึ้น
ทั้งนี้อย่าไปหมายมั่นว่าจะเข้าใจทั้งหมด
มันเป็นไปไม่ได้
เพราะขนาดตัวเราบางครั้งยังไม่เข้าใจตัวเองเลย
ลองแบกขึ้นหัวแล้ววางลง กลับไปแบกของตัวเองอีกครั้ง
จะพบว่า สิ่งที่เราคิดมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลย
จะพบมุมมองใหม่เพิ่มขึ้นอยู่เสมอทุกครั้งที่ยกสิ่งที่คนอื่นถือขึ้นหัว
นี่เองที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า เข้าใจมากขึ้น
ใครที่แบกของตัวเองไว้มากหน่อย
ก็ยากหน่อยที่จะวางของตัวเองลง
เพราะมันทั้งหนักและยากในการแบกมันขึ้นอีกครั้ง
ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่แบกมันไว้มากเหลือเกิน
จนบางครั้งจึงจำเป็นต้องต้องเจ็บปวดมากกว่าที่เป็น
ทุกวันนี้มักจะทบทวนตัวเองเสมอๆ
เพื่อให้ได้วางสิ่งที่แบกไว้ลง เพื่อจะได้มองเห็นสิ่งต่างๆมากขึ้น
การวางลงอาจจะเหนื่อย เพราะต้องค่อยๆวางลงทีละอย่างๆ
ยิ่งแบกไว้มากยิ่งเหนื่อยไม่อยากวางลง
เพราะกลัวว่าเมื่อวางแล้วแบกขึ้นอีกครั้งมันจะลำบากยิ่งกว่าเดิม
แต่ทุกครั้งที่ไม่อยากวาง
ก็จะรีบย้ำกับตัวเองเสมอว่าการวางลงแล้วลองแบกของคนอื่นดู
มันก็ถือเป็นการพักพ่อนร่างกายจากภาระที่หนักอึ้ง
ซึ่งมันก็ถือว่าดีไม่หยอกทีเดียว
ที่สำคัญเมื่อวางมันลงและลองแบกของคนอื่นดูบ้าง
ครั้งต่อไปของการแบกขึ้นและเดินทาง
เราจะไม่เหนื่อยอีกต่อไป
เพราะการแบกเดินทางครั้งหลังจากวางลงนั้น
เราไม่ได้แบกคนเดียว...