กระเช้าภูกระดึง...
posted on 25 Jan 2012 20:58 by guenggช่วงนี้กระแสของการทำกระเช้าขึ้นภูกระดึงดังขึ้นมาอีกครั้ง
จะด้วยเหตุผลใดก็ว่ากันตามผู้มีอำนาจที่จะอ้างขึ้นมา
แต่อย่างน้อยเสียงที่ดังกว่านั้นก็คือ เสียงของผู้ต่อต้านและผู้เห็นด้วย
ผมเคยเดินขึ้นภูกระดึงครั้งแรกในชีวิตเมื่อสามปีที่แล้ว
การเดินขึ้นภูกระดึงนอกจากจะต้องอดทนแล้ว
เรายังต้องมีความแข็งแรงของร่างกายเป็นเดิมพัน
ระยะทางร่วมสิบกิโลเมตรจากตีนเขาจนถึงพักนั้น
หากร่างกายของใครไม่ทนทานจริงหรือไม่เคยเดินขึ้นเขาจริงๆ
เห็นทีคงจะได้นอนพักอยู่ที่แค้มป์ไม่สามารถเดินไปยังจุดชมวิวจุดต่างๆได้
เพราะแต่ละจุดนั้นห่างไกลกันมาก
แต่บนทางเดินที่ลำบากเราก็สามารถเห็นธรรมชาติที่สวยงามได้
จากซัมต่างๆที่เป็นที่แวะพักในช่วงเดินขึ้น
พบเจอเจ้าของร้านขายของที่คอยยิ้มทักทายนักท่องเที่ยว
เป็นกำลังใจให้เราก้าวเดินเพื่อให้ถึงยอดภูกระดึง
นอกจากมิตรภาพระหว่างทางของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแล้ว
มิตรภาพจากเพื่อนร่วมทางก็เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วย
ประคับประคองให้การเดินนั้นไปยังจุดหมาย
มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำได้ชัดเจนมาก
หลังจากที่ผมถึงแค้มป์ในช่วงเช้า ทานข้าวเที่ยง
และเดินต่อไปผาหล่มสักในช่วงบ่าย
ระหว่างทางนี้เองเราน้ำของเราเหลืออยู่เพียงค่อนขวด
ผมกับเพื่อนต่างก็กระหายน้ำไม่แพ้กัน
ผมบอกให้มันดื่มให้หมดจะได้มีแรงเดินต่อ
มันมองหน้าผมเหมือนเข้าใจพร้อมกับดื่มน้ำเพียงเล็กน้อย
ยื่นกลับมาให้ผมพร้อมบอกว่า กินด้วยกัน
ผมรับพร้อมกับดื่มน้ำที่เหลืออันน้อยนิดลงไปพร้อมกับความรู้สึกดีๆ
ที่หากเราเดินกันอยู่ในเมืองในห้างสรรพสินค้า
สิ่งเหล่านี้ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ความอดทน ธรรมชาติที่สวยงาม มิตรภาพระหว่างทาง
สามอย่างนี้น่าจะสิ่งที่ภูกระดึงคอยมอบให้แก่ผู้ผ่านมาเสมอ
ความอดทนต่อการเดินทางระยะไกลในระยะทางชัน
ธรรมชาติที่สมบูรณ์และเปลี่ยนไปตามระดับความสูงของภูกระดึง
มิตรภาพระหว่างทางที่ต้องเดินด้วยกันเท่านั้นจึงจะได้รับ
หากใครเคยเดินขึ้นภูกระดึงจริงๆผมว่าสามสิ่งนี้อย่างน้อย
สองในสามต้องเคยได้รับบ้างไม่มากก็น้อย
และหวงแหนมันไว้ราวกับสมบัติส่วนตัว
ทุกเสียงที่เคยเดินและผ่านการพิชิตยอดมานั้น
จึงออกเสียงเป็นเสียงเดียวกันว่า ภูกระดึงต้องเดินขึ้นเท่านั้น
แต่กระนั้นก็ตามการเดินขึ้นภูกระดึง
ที่ต้องขึ้นอยู่กับร่างกายและความอดทนนั้น
ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนสามารถทำกันได้
ไม่รู้ว่าใช่เหตุผลที่กล่าวอ้างเพื่อต้องการหาเหตุผลของการทำกระเช้า
หรือมีเหตุผลอื่นใดแอบแฝงมากกว่านั้นไม่อาจทราบได้
แต่คนที่ไม่สามารถเดินขึ้นได้นั้นมีอยู่จริง
และคนเหล่านี้ก็ต้องการยลโฉมธรรมชาติบนยอดภูกระดึง
เหมือนคนที่เดินขึ้นได้ปกติ
และผมก็ตอบไม่ได้อีกนั่นแหละว่า
เมื่อมีกระเช้าขึ้นภูกระดึงขึ้นมาแล้ว
ความอดทน ธรรมชาติที่สวยงาม มิตรภาพระหว่างทาง
จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่นั่งกระเช้า
เสียงต่อต้าน
มักกล่าวอ้างในเรื่องของสิ่งที่ได้รับจากการเดิน
รวมทั้งกลัวธรรมชาติที่สวยงามที่ได้สัมผัสนั้น
จะถูกทำลายจากการมีกระเช้า
เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่เคยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ
ล้วนจะหลงรักธรรมชาติและหวงแหนมันโดยไม่รู้ตัว
ส่วนเสียงเห็นด้วย
ก็จะแย้งทำนองว่า แล้วเราไม่มีสิทธิที่จะขึ้นไปข้างบนเลยเหรอ
เราก็ต้องการขึ้นไปดูธรรมชาติบนนั้นเช่นกัน
แต่ร่างกายของเราไม่อำนวย เราก็อยากให้กระเช้าพาเราขึ้นไป
เราไม่มีสิทธิเห็นในสิ่งที่คุณเห็น?
คุณช่วยเปิดใจให้กว้างมากกว่านี้ได้ไหม?
ตามมุมมองของผมเรื่องนี้ไม่มีใครถูกใครผิด
และเรื่องนี้มันไม่น่าจะใช่เรื่องของการถูกผิด
ทุกฝ่ายล้วนมีเหตุผลที่คอยสนับสนุนแนวคิดของตัวเอง
ซึ่งหากจะมองแบบคนเดินขึ้นเช่นผม
ผมก็มองว่าไม่ควรทำ ภูกระดึงต้องเดินเท่านั้น
เพื่อที่จะได้รู้จักความยากลำบากในการเข้าถึงบางสิ่ง
ไม่ใช่อะไรก็ใช้เทคโนโลยีคอยช่วย
มันมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นจากความลำบากร่วมกันอย่างแท้จริง
เหนือสิ่งอื่นใดธรรมชาติจะไม่ถูกทำลาย
แต่เมื่อผมได้อ่านความคิดเห็นของกลุ่มคนที่เห็นด้วย
และลองเปลี่ยนด้านมามองมุมคนที่ร่างกายไม่แข็งแรง
เค้าก็บอกว่าเค้าอยากเห็นในสิ่งที่คนเดินขึ้นได้เห็น
แต่เค้าเดินไม่ได้จริงๆ เค้าจึงอยากให้มีอะไรมาทดแทนการเดินขึ้น
ซึ่งนั่นก็ คือ กระเช้า
และเค้าก็มองว่า สร้างกระเช้าอาจทำลายธรรมชาติก็จริง
แต่จะทำลายเฉพาะส่วนที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด
เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นเรื่องต้องถกเถียงกันไปอีกนาน
และไม่ว่าจะมีการสร้างหรือไม่มีการสร้าง
ทุกคนก็ต้องยอมรับผลของมัน
อาจจะยอมรับได้บ้างไม่ได้บ้าง
แต่ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามสิ่งที่มันเป็นไป
มองหาเหตุผลที่ต้องทำและไม่ทำ
โต้ตอบกันด้วยเหตุผลที่เป็นเหตุผลจริงๆ
ไม่ใช่โต้ตอบกันด้วยเหตุผลอื่นเบื้องหลัง
เงินอาจซื้อได้ทุกอย่างก็จริง
แต่ขอเว้นไว้อย่างหนึ่ง เหตุผลของแต่ละฝ่ายอย่าให้เงินซื้อได้อีกเลย
เพราะธรรมชาติของบ้านเรา ถูกเงินซื้อมามากพอแล้ว...