ตึ่งๆ ตึ่งๆ ตึ่งๆๆ...
posted on 03 Dec 2009 18:01 by guengg'ตึ่งๆ ตึ่งๆ ตึ่งๆๆ ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง
ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง'
กลุ่มเสียงเหล่านี้ดังขึ้น ในเช้าวันหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
พร้อมด้วยขบวนพาเหรดของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
โรงเรียนชุมชนชุมแพ โรงเรียนประถมเก่าของผม
วันนี้เป็นวันเดินขบวนกีฬาสีประจำปีของโรงเรียน
'ตึ่งๆ ตึ่งๆ ตึ่งๆๆ ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง
ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง'
เสียงนี้ยังคงบรรเลงต่อไป สลับกับการเล่นเพลงเดินขบวน
เด็กๆในชุมดัมมิเยอร์(ไม่น่าจะเขียนถูก แต่เราเข้าใจตรงกันนะครับ)
เด็กๆในชุดวงดุริยางค์ สี่ขาวทั้งตัว มีแถบแดงพาดข้างลำตัว
นักเรียนในชุดกีฬา นักเรียนในชุดพละศึกษา เดินต่อแถว
ที่ดูแล้วไม่น่าจะเรียกว่าแถวได้
แต่ดูแล้วรู้สึก สวยงาม
หรือบางทีความไม่มีระเบียบ ก็คือ ความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง
'ตึ่งๆ ตึ่งๆ ตึ่งๆๆ ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง
ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง'
(จินตนาการเองนะครับว่า เสียงเพลงค่อยๆจางลงเรื่อยๆ)
ขบวนเดินผ่านหน้าบ้านผมไปเรียบร้อย
แต่สิ่งที่ขบวนกีฬาสีได้ทิ้งไว้ที่หน้าบ้านผม
คือ อดีต
หรือถ้าจะให้เรียกให้สวยงามอีกนิด ก็คือ
ความทรงจำ
ในช่วงประถมห้า ผมได้สมัครเข้าวงดุริยางค์ประจำโรงเรียน
เรื่องของการเล่นในตอนนั้นดูท่าจะไม่ยากสักเท่าไร
เพราะว่า เด็กๆ ความสามัคคีจะค่อนข้างต่ำกันอยู่แล้ว
ไม่ต้องซ้อมอะไรให้มันมากมาย แค่พอเล่นได้เป็นพอ
ซ้อมไม่นาน ผมก็ได้ออกโรงเล่นจริงๆ
ตามงานกีฬาสี หรือในทุกเช้าของการเข้าแถว
เพื่อบรรเลงเพลงชาติไทย ให้นักเรียนทุกคนได้ร้องตาม
รวมไปถึงการตีกลองสวนสนามเพื่อให้นักเรียนทุกคน
เดินแยกจากแถวเข้าชั้นเรียน
ความเท่ของการอยู่วงดุริยางค์จะอยู่ที่ในแต่ละวันนั้น
จะต้องมีการตีกลองใหญ่เพื่อเป็นการให้สัญญาณแก่สมาชิกในวง
รู้ว่าเราจะเริ่มเล่นเพลงแล้วนะ
และด้วยความเท่ที่คิดไปเอง และผมซึ่งต้องการเท่อยู่แล้ว
ก็มักจะมาประจำตำแหน่งกลองใหญ่ ยิ่งตีแรงเท่าไรยิ่งเท่
ยิ่งเท่ยิ่งเก๊ก ยิ่งเก๊กคนยิ่งมอง คนยิ่งมอง ผมยิ่งดีใจ
ยิ่งดีใจ ยิ่งภูมิใจในตัวเอง ยิ่งเก็กขึ้นไปอีก ยิ่งเท่
แต่ในความเป็นจริงในตอนนี้ที่ผมคิดได้ คือ
ที่คนมองผมเยอะๆนั้น มีเหตุผลอยู่สองประการด้วยกัน
หนึ่ง มองด้วยความหลงใหล สอง มองด้วยความหมั่นไส้
คิดๆแล้วผมก็รู้สึกไม่ดีกับตัวเองขึ้นมาทันที
หรือผมจะคิดผิดมานาน ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกผิด
แต่เพื่อความเท่ของเด็กชายในอดีตคนนั้น
ผมขอเชื่อไว้ก่อนละกันครับ ว่าผมเท่!
'ตึ่งๆ ตึ่งๆ ตึ่งๆๆ ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง
ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง'
(เสียงนี้ได้จางหายไปเรียบร้อยแล้วครับ)
เสียงเพลงจางหาย ความทรงจำเข้ามาแทนที่
เช้านี้ผมนั่งมีความสุขกับความทรงจำ
พลางเสียดายชุดวงดุริยางค์สมัยเด็กของผมที่ตัดสินใจบริจาคไป
เพราะว่าถ้าไม่มีใครว่าอะไร และผมไม่ได้ตัวโตขึ้น
ผมอยากจะรีบวิ่งขึ้นบ้านไปเปลี่ยนชุด
และกลับไปเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวงดุริยางค์อีกครั้ง
แต่นั่นคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
ผมค้นพบ ความทรงจำ ด้วยความบังเอิญ
และการที่จะทำให้มันอยู่อย่างไม่จางหายไปนั้น
คือ ผมต้องมีส่วนร่วม ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้
นั่งคิด นั่งพิมพ์ นั่งเขียน
ครั้นจะให้ผมตื่นมาดูในทุกๆปี นั้น อาจทำได้
แต่หนึ่งปีมีครั้งก็ดูท่าจะนานไป มันอาจจะลางเรือนไปตามเวลา
'ตึ่งๆ ตึ่งๆ ตึ่งๆๆ ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง
ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง'
ดูแล้วผมต้องทำอะไรสักอย่างกับเสียงนี้น่าจะเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด
ที่จะช่วยเตือน ความทรงจำ ไม่ให้จางหาย
แต่ครั้นจะให้ผมไปนั่งอัดเสียงเพลงที่วงดุริยางค์เล่น
เพื่อเอาไว้ใช้เตือนความความทรงจำก็ดูท่าจะไม่ทันแล้ว
คิดดูดีๆแล้ว การท่องจังหวะนี้เลยน่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด
'ตึ่งๆ ตึ่งๆ ตึ่งๆๆ ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง
ตะละแล๊ดแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่งแต๊ดตึ่ง'
เด็กชายยืนตีกลอง กำลังเท่!!! ...
ปล. คือ ไม่มีปล.ครับ